A nice community for everyone who love books.
คิดว่าหลายๆ คนน่าจะพอรู้กันแล้วว่าเจ้าคีย์บอร์ดแสนรักที่เราสัมผัสอยู่ทุกวันนั้น หากไม่ได้รับการทำความสะอาดเลยจะสะสมเชื้อโรคไว้ถึง 40 เท่าของฝาชักโครกในห้องน้ำเสียอีกนะจ๊ะ ดังนั้นมาทำความสะอาดกันเถอะค่ะ บางคนอาจจะใช้วิธีการปัดฝุ่น ไล่ฝุ่นออก ด้วย compressed air can (กระป๋องอัดลม) ก็ถือเป็นวิธีที่ดี แต่อาจจะไม่ทั่วถึง
อิงเลยขอนำเสนอวิธีการทำความสะอาดแบบลงลึก เริ่มจาก
1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ถอดปลั๊กคีย์บอร์ดออก หากระดาษหนังสือพิมพ์มาลอง
3. ถ่ายรูปคียบอร์ดของท่านไว้ (เชื่อเถอะว่าท่านจำไม่ได้ว่าทุกปุ่มอยู่ที่ไหนบ้าง)
4. ทำการแงะปุ่มออกมา ของอิงใช้ไม้บรรทัดงัดปุ่มออกมา ไม่พัง ไม่หัก ใช้ดีค่ะ จะใช้ไขควงหัวแบนก็ได้ หรือว่ากุญแจก็ได้นะจ๊ะ ลองดูจากปุ่มที่ไม่ค่อยสำคัญก่อนก็ได้ สักปุ่ม (แงะไปเรื่อยๆ สนุกนะ ฮา)
5. เมื่อแงะหมดแล้ว ท่านจะได้พบกับภาพนี้ อี้…..
6. และนั่นคือเหตุผลที่เราควรทำความสะอาดอย่างจริงจัง ใช่มั้ยจ๊ะ
อุปกรณ์ของเราก็มี ทิชชู่ คอตตอลบัท น้ำยาสำหรับทำความสะอาดสำหรับคียบอร์ดหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ (ซึ่งอิงไม่มี ฮา อิงเลยใช้แอลกอฮอลล์แทน อย่างอ่อนนะจ๊ะ กลัวคียบอร์ดพัง ฮา พวกที่ใช้ทำความสะอาดร่างกายก็ได้ค่ะ)
7. จัดการคว่ำและเขย่าให้เศษผงออกมาจนหมดลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ และเริ่มปฏิบัติการใช้ทิชชู่ หรือคอตตอลบัทเช็ดทำความสะอาดโดยรอบ (เป็นงานที่ใช้เวลาหากท่านไม่ได้แตะต้องทำความสะอาดเลยมาตลอดสามปีแบบอิง) ใช้คอตตอลบัทจุ่มแอลกอฮอลเช็ดอีกที ทำความสะอาดให้เกลี้ยงเกลา
8. พอทำความสะอาดจนเป็นที่พอใจแล้วก็จัดการติดแป้นต่างๆ ลงไปที่ตำแหน่งเดิม ลองเคาะๆ ว่าใช้การได้ตามปกติ รอสักพักให้แอลกอฮอลล์ระเหยไปจนหมด (ไม่นานมากนะคะ จริงๆ ติดแป้นเสร็จก็ได้ที่แล้ว) เสียบสายusb แล้วก็เปิดเครื่องเล่นได้ตามปกติเลยค่ะ
เพื่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้ใช้ อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราใช้ประจำนะคะ ![]()
เชื่อว่าคนที่เกิดก่อนปี พ.ศ.2530 จะต้องเคยได้สัมผัสเจ้าเครื่องพิมพ์ดีดกันมาแล้วอย่างแน่นอน จังหวะการเคาะดังต๊อกแต๊กอันแสนมีเสน่ห์ กับกำลังข้อนิ้วที่ต้องใช้มากกว่าการสัมผัสแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์แบบในปัจจุบัน น่าคิดถึงจังน้า

เมื่อประมาณ 200 ปีก่อน 30 เมษายน 1808 เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องแรกถูกประดิษฐ์และนำออกสู่สาธารณะโดย Italian Entrepreneur Pellegrini Turri ค่ะ จะว่าไปแล้ว นิยายเรื่ืองแรกที่ทดลองเขียน อิงก็ใช้เครื่องพิมพ์ดีดเหมือนกันน้า เวลาพิมพ์ผิดก็ต้องคอยป้ายลิควิดแบบที่เป็นขวด ปาดทีละตัวอักษรแล้วเป่าจนแห้งก่อนจะพิมพ์ต่อได้ หมึกหมดก็ต้องเปลี่ยนผ้าหมึกกันจนนิ้วดำ
จากนั้นก็มีเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าที่สามารถกด Backspace ได้ สะดวกขึ้นอีกหน่อย และกลายมาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในที่สุด
ไม่น่าเชื่อเลยน้าว่าในชีวิตคนๆ นึงจะได้สัมผัสสิ่งประดิษฐ์ที่พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ แบบนี้ ต้องปรบมือให้กับนักประดิษฐ์ทุกคนนะค้า
ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เรา คล้ายๆ กับสมัยพ่อแม่เราฟังเครื่องเสียง สมัยนี้มี ipod แต่ก่อนตอนอิงเด็กๆ ก็มีเครื่องพิมพ์ดีด เีดี๋ยวนี้ก็เป็นคอมพิวเตอร์กันหมดแล้วน้อ
คำถามก็คือ เพื่อนๆ ที่แวะเข้าคาเฟ่มาวันนี้เคยใช้เครื่องพิมพ์ดีดกันมั้ยเอ่ย มีประสบการณ์อะไรกับเครื่องพิมพ์ดีดบ้างจ๊ะ
ของอิงนี่ำจำได้ว่าสมัยเรียน ครูให้ใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์เป็นภาพ วิธีการเหมือนปักครอสติสแต่อันนี้นับช่องแล้วพิมพ์เอา ลงสีสวยงาม ชนะได้ติดบอร์ดงานนิทรรศการด้วยน้า
รู้สึกว่าจะทำรูปพวงองุ่น อิอิ
วันนี้ดูรายการตาสว่างแล้วเห็นเรื่องดีๆ ที่อยากนำมาฝากกันค่ะ ปกติแล้วเวลาที่เราพิมพ์งาน ใช้งานจากกระดาษ A4 เราจะใช้ได้สองหน้าใช่มั้ยคะ พิมพ์ทั้งหน้าหลัง…ถือว่าช่วยโลก แต่ว่าอิงมีวิธีที่เราสามารถช่วยโลกได้มากกว่านี้ จากกระดาษแผ่นเดียวกัน เราสามารถใช้หน้าที่สามได้…
งงมั้ยเอ่ย ว่ากระดาษสองหน้าจะใช้หน้าที่สามได้อย่างไร
เราสามารถนำกระดาษที่ใช้ทั้งสองหน้ามาใช้การได้อีกโดยบริจาคให้กับผู้พิการทางสายตาไปใช้ในการพิมพ์อักษรเบลล์ค่ะ
กระดาษถึงเราจะใช้ไปแล้วทั้งสองหน้า น้องๆ พี่ๆ ที่มีความพิการทางสายตาสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก และหลังจากที่ใช้เสร็จแล้วทางมูลนิธิยังนำไปทำผลงานเปเปอร์มาเช่ได้อีกรอบ เท่ากับว่ากระดาษหนึ่งแผ่น เราสามารถใช้งานได้ถึงสามครั้ง (โดยไม่นับว่านำไปทำถุงกล้วยแขกได้)
สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สอบถามโทร 0-2354-8365 (ในเวลาราชการนะคะ)
นอกจากจะบริจาคกระดาษแล้วทางมูลนิธิยังรับอาสาสมัครพิมพ์อักษรเบลล์ด้วยค่ะ โดยจะมีทีมงานสอนเราก่อนว่าจะพิมพ์ตัวอักษรเบลล์ได้อย่างไร
เป็นเรื่องดีๆ ที่นายน้อยนำมาแบ่งปันนะคะ
ขอบคุณที่มาจากรายการตาสว่าง โมเดิร์นไนท์ทีวี

นี่ไม่ใช่พืช GMO แต่มันคือดอกไม้อิเล็กทรอนิกส์ที่เต้นได้ตามจังหวะของเสียงเพลง เจ้า ismile หรือ iflower นี้มาจาก segatoys เมื่อนำไปต่อเข้ากับเครื่องเล่น mp3 อย่าง ipod หรือคอมพิวเตอร์ก็จะกลายเป็นลำโพงที่แสนจะน่ารัก
เมื่อคุณเปิดเพลงเพราะๆ มันจะออกอาการสนุกสนานผ่านใบหน้าที่เป็นจอ LCD พร้อมกับโยกย้ายใบเขียวๆ ไปด้วย แต่พอคุณกดสวิตช์ปิดปุ๊ป ดอกไม้ก็จะทำหน้าและน้ำเสียงสุดจ๋อย ก่อนจะหาวหลับไป น่ารักน่าสงสารอะไรขนาดนี้
เชื่อว่าเพื่อนๆ คงอยากมีดอกไม้ไปตั้งไว้ข้างๆ จอคอมเป็นแน่เชียว (นอกจากนกฮูกเมื่อคราวที่แล้วแล้ว)
สนใจลองแวะไปดูที่ได้ที่เว็บไซต์ http://toys.brando.com.hk สนนราคาประมาณ 1500 บาท
Credit นิตยสารมารีแคลร์ ฉบับมีนาคม

หลังจากที่หลายๆ คนอาจจะได้เห็น USB น้องหมาขยับเอวดึ้ยๆ เวลาที่เสียบ usb กับ laptop แล้ว (มันดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ว่ามั้ย ฮา) คนช่างคิดก็ผลิตของน่ารักๆ ออกมาเป็น usb นกฮูก ที่สามารถกระพริบตา ขยับตัวไปมาได้ จะวางไว้บนขอนไม้หรือว่าใช้คลิปที่ให้มาหนีบกับหน้าจอคอมก็เก๋ไม่หยอก เสียดายตรงที่น่าจะเป็น webcam ฮา เวลานั่งเล่นอาจจะรู้สึกสยิวเหมือนมีคนจ้องเราตลอดเวลา
สนนราคาความน่ารัก 25 ดอลล่าร์ (เก็บข้อมูลได้มั้ย หรือได้เท่าไหร่อันนี้ไม่ได้มีบอกไว้ค่ะ แต่คิดว่าไม่น่าจะแค่เสียบแล้วเอียงหัวกระพริบตาเท่านั้นน้า ฮา ไม่อย่างนั้นเสียดายเงินแย่)
| M | T | W | T | F | S | S |
|---|---|---|---|---|---|---|
| « Jun | ||||||
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||